บทที่ 2 กุญแจที่หายไป
“สารวัตรครับ”
ภูเมืองดับหน้าจอช้าไป จ่าเนศเห็นรูปผู้หญิงก่อนโทรศัพท์จะถูกเก็บลงกระเป๋า
“รูปเดียวกับคนข้างในใช่ไหมครับ”
เสียงรถเข็นดังผ่านอีกฟากของทางเชื่อม ภูเมืองรอจนเจ้าหน้าที่เลี้ยวพ้นไป
“เมื่อคืนมีคนส่งมา”
“ก่อนพบศพ?”
เขาพยักหน้า
จ่าเนศไม่ได้ถามทันที รอยยิ้มที่ติดหน้าอยู่เสมอหายไปแล้ว
“ผมต้องคุยกับผู้กำกับ” ภูเมืองบอก “จ่ากับดาบชัชอยู่ฟังด้วย”
“ได้ครับ”
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เปิดข้อความให้ลูกน้องอ่านจนจบ
เมื่อคืนเขาถึงอ่างเก็บน้ำเกือบ 5 ทุ่ม
ฝนยังไม่ตก ถนนเลียบรั้วมีแสงจากเสาไฟเพียงสองต้น ผู้ส่งข้อความนัดให้รอหน้าประตูทางเข้าฝั่งเก่า แต่ประตูถูกคล้องโซ่ไว้
ภูเมืองโทรผ่านบัญชีที่ส่งภาพ ไม่มีคนรับ
เขารอ 15 นาที เดินส่องไฟตามแนวรั้ว แล้วได้ยินประตูรถปิดจากทางลงท่าน้ำ
รถสีอ่อนคันหนึ่งแล่นขึ้นมา ไฟหน้าส่องจนต้องยกแขนบัง เขาเห็นเพียงคนขับกับเงาคนตรงเบาะข้าง จดทะเบียนได้ไม่ครบ ก่อนรถเลี้ยวออกถนนใหญ่
เขาตามลงไปพบรองเท้าผ้าใบผู้หญิงข้างหนึ่งใกล้ขอบทาง จึงโทรแจ้งให้สายตรวจเข้าตรวจสอบและรอชี้จุดให้
ตอนนั้นยังไม่มีใครพบศพ
“ทำไมไม่บอกเรื่องข้อความตั้งแต่เมื่อคืน” ผู้กำกับถามผ่านโทรศัพท์
ภูเมืองมองรอยน้ำแห้งบนรองเท้าตัวเอง
“ผมกลัวคนส่งรู้ว่ามีตำรวจคนอื่น แล้วจะขาดการติดต่อครับ”
“คุณเป็นตำรวจคนอื่นด้วยหรือไง ภูเมือง”
เขาเงียบ
“เรื่องน้องคุณ ผมเข้าใจ แต่ตอนนี้มีคนตาย คุณต้องให้ข้อมูลทั้งหมด รวมถึงว่าคุณเดินไปตรงไหน แตะอะไรบ้าง”
“ครับ ผมจะทำบันทึกให้ครบ”
ผู้กำกับสั่งให้พนักงานสอบสวนรับคำให้การเขา และให้ทีมอีกชุดตรวจเส้นทางรถ ภูเมืองส่งข้อความกับภาพต้นฉบับไว้ตรวจสอบโดยไม่ลบสิ่งใด
หลังวางสาย จ่าเนศเลื่อนสมุดมาข้างหน้า
“ทะเบียนที่จำได้ครับ”
ภูเมืองบอกตัวเลขสองตัว แล้วเติมคำว่าไม่แน่ใจไว้ด้วย
“สีรถก็อย่าเพิ่งยึดว่าขาว แสงไฟตรงนั้นเหลือง”
“ครับ”
จ่าเนศจดเสร็จจึงเงยหน้า
“คราวหน้าโทรหาผมก่อนก็ได้ ไม่ต้องคิดคำอธิบายให้ครบค่อยโทร”
ภูเมืองมองเขาครู่หนึ่ง
“ขอบใจ”
นวลละออพบเขาอีกครั้งหน้าห้องทำงานหมอธวัช
“มีข้อมูลเพิ่มเรื่องผู้ตายครับ”
เขาขอเวลาทั้งสองคน เล่าเรื่องภาพนัดหมายและรถที่พบ โดยเว้นเฉพาะข้อมูลส่วนตัวของภาวดีที่ยังไม่เกี่ยวกับการตรวจ
หมอธวัชฟังจนจบ
“เราจะใส่ประวัติที่ได้เพิ่มไว้ ส่วนเวลาตายต้องประเมินจากผลตรวจทั้งหมด อย่าเพิ่งใช้ภาพนี้ตัดสินว่าเธอยังมีชีวิตตอนส่งข้อความ”
“ภาพอาจถ่ายไว้ก่อน ผมเข้าใจครับ”
นวลละออมองเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ก่อนหันกลับไปอ่านบันทึก
“รองเท้าที่สารวัตรพบ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจเทียบกับของที่มากับศพด้วยค่ะ”
“ผมประสานแล้วครับ”
เธอพยักหน้า ไม่ถามว่าทำไมเขาเพิ่งบอก แต่ความเงียบทำให้เขาพูดต่อเอง
“เมื่อเช้าที่ถามว่ารู้จักไหม ผมไม่รู้จักเธอจริง ๆ แต่ควรบอกเรื่องรูป”
“ค่ะ”
คำตอบสั้นจนเขาไม่แน่ใจว่าเธอโกรธหรือเปล่า
“ถ้ามีอะไรอีก ผมจะบอก”
“ขอให้บอกแม้จะยังไม่รู้ว่ามันสำคัญไหมนะคะ บางอย่างคนให้ข้อมูลอาจเห็นว่าไม่เกี่ยว แต่คนตรวจอาจต้องใช้”
พูดจบเธอก็ก้มลงปิดแฟ้ม นิ้วค้างอยู่บนขอบปก
ตอนนั้นหนูอยู่ที่ไหน
คำถามเก่าผุดขึ้นชัดเจนจนเธอต้องกลืนน้ำลาย
อยู่บ้านค่ะ
ภูเมืองขยับเก้าอี้ เธอจึงดึงมือกลับ
“หมอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“นอนน้อยค่ะ”
ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายไม่ถามต่อ
นนท์กำลังตรวจภาพเมื่อเธอกลับเข้ามา
“หมอครับ ภาพข้อมือที่ขอ ผมแยกไว้แล้ว”
“ขอบใจ เธอเปิดให้ฉันดูทีละภาพนะ”
เขาขยับเก้าอี้ให้ เธอนั่งโดยยังถือแฟ้มแนบอก
นนท์เลื่อนภาพช้า ๆ ไม่พูดแทรก จนเธอวางแฟ้มลงจึงถาม
“หมอกินอะไรหรือยังครับ”
“ยัง เดี๋ยวฉันไป”
“งั้นผมฝากขนมปังไว้ตรงนี้นะครับ”
เขาวางถุงบนโต๊ะข้างประตู ห่างจากพื้นที่ตรวจงาน แล้วกลับมานั่ง
ธีรินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นเล็ก
“พี่นวลคะ พี่อิ่มถามให้แล้ว ก่อนเกิดเรื่องมีคนเห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บของ แต่ยังไม่มีใครยืนยันว่าได้ยินผู้หญิงเรียกค่ะ”
นวลละออรับกระดาษรายชื่อไว้
“ขอบใจริน”
“พี่อยากพักก่อนไหมคะ”
เธอมองเวลา แล้วหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหาแม่
หนูขอนอนพักก่อนนะคะ ตื่นแล้วจะโทรหา
คราวนี้เธอไม่รับปากว่าจะกลับเมื่อไร
ภูเมืองกำลังบันทึกเส้นทางที่เดินเมื่อคืน ตอนดาบชัชนำภาพทรัพย์สินที่พบกับผู้ตายมาให้
มีเงินจำนวนหนึ่ง กระดาษเปื่อย และกุญแจทองเหลืองในถุงพลาสติกใบเล็กที่พับปากไว้ ภาพแต่ละชิ้นมีหมายเลขกำกับ
เขาหยุดที่กุญแจ
สีแดงแต้มอยู่ตรงหัวเป็นวงไม่เรียบร้อย ขอบด้านหนึ่งแหว่งออกนิดเดียว
“สารวัตร?”
ภูเมืองดึงโทรศัพท์เปิดรูปเก่าที่แม่เคยส่งมา ภาวดีนั่งบนพื้นหน้าห้องนอน ชูกุญแจให้กล้องดู ขวดน้ำยาทาเล็บสีแดงวางอยู่ข้างเข่า
จะได้ไม่หยิบผิดกับพี่ภู
วันนั้นเขาดุเธอเรื่องทำสีหยดใส่พื้น
เขาขยายภาพจนแตก มองสลับกับภาพของกลางอยู่หลายครั้ง ก่อนส่งให้ดาบชัช
“อาจเป็นกุญแจห้องน้องผม ต้องตรวจให้แน่”
“ที่บ้านยังมีอีกดอกไหมครับ”
“มี พ่อเก็บไว้”
ภูเมืองโทรกลับบ้าน แม่รับในสายที่สอง
“ลืมของหรือภู”
“แม่ครับ ขอสายพ่อหน่อย”
เขามองรอยสีแดงบนจอ รอฟังเสียงฝีเท้าปลายสาย
12 ปีที่ผ่านมา ห้องภาวดีถูกเปิดทำความสะอาดทุกเดือน
แต่กุญแจดอกที่เธอถือออกจากบ้าน ไม่เคยกลับมา
